เลือกหน้า

การติดตามผลของ GOOGLE ADS ปะทะ GOOGLE ANALYTICS

เคยสงสัยไหมว่าทำไมสองเครื่องมือนี้ถึงแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

ง่าย ๆ เลยคือ พวกมันใช้วิธีติดตามผลที่แตกต่างกัน แต่ไม่ต้องกังวลไปในบทความนี้เราจะมาอธิบายทุก ๆ อย่างให้คุณเข้าใจ

คุณจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมันเพราะถ้าหากว่าคุณต้องการให้ธุรกิจของคุณเติบโตและต้องการทำให้แน่ใจว่าทุก ๆ อย่างกำลังดำเนินการไปอย่างถูกต้อง คุณก็จำเป็นที่จะต้องติดตามผลให้ได้อย่างแม่นยำมาเริ่มกันเลย

#1 – เกี่ยวกับรูปแบบที่มาของโมเดล – เป็นสองสิ่งที่มีความแตกต่างกัน

สิ่งแรกที่จะสามารถแยกระหว่าง Adwords และ GA  ได้ ก็คือการที่มันมีรูปแบบโมเดลระบุแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน แต่มันคืออะไร? นี่คือความหมายที่แท้จริงของโมเดลระบุแหล่งที่มา“กฎที่ไว้กำหนดการให้ credit ของ conversions ของการขายที่ถูกกำหนดเป็น touchpoints สุดท้ายในเส้นทางการเกิด conversions”ใช่ นั่นเป็นประโยคที่อ่านเข้าใจยากมาก แต่สิ่งที่คุณต้องเข้าใจคือ พวกมันใช้โมเดลที่แตกต่างกันสำหรับการทำบัญชีว่า คุณมียอดขายและยอด conversions เท่าไหร่บนเว็บไซต์ของคุณทีนี้เรามาดูกันว่าเจ้าสองตัวนี้ใช้โมเดลที่แตกต่างกันอย่างไร

  • Adwords: การคลิกเข้า Adword ครั้งล่าสุดจะทำให้ได้เครดิต 100% สำหรับยอดขายและ conversions นั้น
  • Google Analytics:  มันจะรายงานโดยใช้โมเดลการคลิกครั้งล่าสุดจากช่องทางที่หลากหลาย และรายงานแบบปกติที่ไม่ได้การคลิกเป็นส่วนประกอบ

วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง

ที่กล่าวมาข้างต้นฟังดูซับซ้อนเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ? ไม่ต้องห่วงเพราะ ด้านล่างนี้คุณจะได้รับคำอธิบายที่มีประโยชน์เพื่อที่คุณจะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

Google Adwords นั้นให้ความสำคัญกับยอด conversions จากการเข้าชมและการคลิก เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองดู ตัวอย่างนี้ลองจินตนาการดูว่าคุณกำลังใช้งาน Adwords สำหรับร้านขายรองเท้าออนไลน์ของคุณ เมื่อผู้ใช้คลิกเข้ามายังร้านของคุณแต่แล้วก็ออกไปในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งจากการค้นหาเจอร้านคุณบน Google อีกรอบ แล้วจึงทำการซื้อสินค้าของคุณ

ในกรณีนี้ Adwords จะทำการสร้างเครดิตสำหรับ conversions ขึ้นตรงกับการคลิก Adwords ครั้งล่าสุด ในขณะที่ GA จะให้เครดิตทั้งหมดไปกับการค้นหาบนกูเกิลตอนนี้คุณก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าโมเดลทั้งสองอย่างนี้ทำงานแตกต่างกันอย่างไรสุดท้ายนี้ เพื่อให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ Adwords นั้นจะใช้การเข้าชมและคลิก ส่วน GA จะใช้เฉพาะการคลิก

#2 – มีวิธีการคำนวน Conversion Rate ตามเป้าหมายที่แตกต่างกัน

สองอย่างนี้ไม่ได้เพียงแค่ใช้รูปแบบโมเดลที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังใช้รูปแบบการคำนวน conversion rate ตามเป้าหมายที่แตกต่างกันอีกด้วย เราจะเรียกมันสั้นๆว่า GCR (Goal Conversion Rate) มาดูว่ามันแตกต่างกันอย่างไร 

Adwords ใช้วิธีการคำนวน GCR ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • มันจะใช้เป้าหมายตามที่คุณได้ตั้งค่าเอาไว้ในโค๊ดการแทรค conversions
  • หากต้องการคุณยังสามารถนำเข้าเป้าหมายจาก GA มาใช้งานได้ด้วย
  • สุดท้ายคือคุณยังสามารถเลือกดูยอดวิวและการคลิกตามเป้าหมายแต่ละอย่างของคุณได้ด้วย

Google Analytics จะใช้วิธีการคำนวนดังต่อไปนี้

  • มันจะเลือกใช้เป้าหมายที่คุณได้กำหนดเอาไว้สำหรับมุมมองหนึ่ง ๆ
  • นอกจากนี้มันยังสามารถดูส่วนของบันทึกเซสชั่นทำงานในส่วนนั้น ๆ ได้
  • สุดท้ายคือคุณต้องระวังการกรองดูยอดวิว เพราะมันสามารถทำให้ผลลัพธ์ GCR ระหว่างของ Adwords และ GA แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ง่ายใช่ไหม? ลองไปดูข้อแตกต่างข้อต่อไปกันเลย

#3 – เกี่ยวกับข้อแตกต่างของ Goal Conversion Counting (GCC) 

ณ จุดนี้ คุณน่าจะรู้ถึงข้อแตกต่างที่ชัดเจนของทั้งสองแพลตฟอร์มแล้วในเรื่องของการติดตามผลและตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะมาพูดถึงเรื่องของ GCC มาเริ่มกันในส่วนของ Adwords กันก่อน

Goal Conversion Counting ของ Adwords

คุณควรให้ความสนใจกับแค่สามอย่างด้านล่างนี้เท่านั้น

  • มันจะนับการ conversions จากแค่การคลิกและยอดวิวของวิดิโอเท่านั้น
  • “user sessions” ไม่มีตัวตนสำหรับ Adwords
  • สามารถระบุเป้าหมายมากกว่าหนึ่งจะสำเร็จได้ในเซสชั่นเดียวกันของยูเซอร์

นั่นคือส่วนของ Adwords ตอนนี้เรามาดูในส่วนของ Google Analytics กันบ้างว่าทำงานในส่วนนี้อย่างไร

GCC ของ Google Analytics

  • มันจะนับการ conversions จากทุก ๆ ช่องทางของมัน
  • มันจะนับแค่เป้าหมายที่ลุล่วงแล้วสำหรับยูเซอร์เพียงยูเซอร์เดียว ดังนั้นหากยูเซอร์ทำยอดถึงเป้าเป็นเวลาหลายครั้งในแต่ละเซสชั่น GA จะนับเป็นหนึ่งรอบเท่านั้น

นี่คือส่วนแตกต่างที่สำคัญ ๆ เราจึงหวังว่ามันจะชัดเจนแล้วสำหรับคุณ มาดูส่วนอื่นๆที่สำคัญและแตกต่างสำหรับทั้งสองแพลตฟอร์มกันเถอะ

#4 –ธุรกรรมการเงินบน Adwords vs. Google Analytics

ยังมีข้อแตกต่างที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง มันมีการทำธุรกรรมการเงินที่บันทึกใน Google Analytics ที่ Adwords ไม่มี

เราลองมาทำความเข้าใจกับข้อนี้ด้วยตัวอย่างง่ายๆ

“คุณกำลังใช้ Adwords สำหรับร้านขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ของคุณอยู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งจาก New York City ได้ไปเห็นโฆษณาชวนเชื่่อของคุณเข้า และได้เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ ทีแรกเธอต้องการซื้อสินค้าเพียงชนิดเดียวเท่านั้น แต่ก็ได้ซื้อสิ้นค้าชนิดนั้นไปถึง 10 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งนั่นทำให้คุณมียอดขายที่มากขึ้น”

GA และ Adwords จะรายงานผลคุณดังนี้

  • Google Analytics จะรายงานว่ามี 10 ออเดอร์
  • Adwords จะรายงานเพียงแค่ 1 ออเดอร์

และนี่ จะเป็นธุรกรรมการเงินทั่วไปที่มีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในการรายงาน

  • Reverse Transaction (การยกเลิกรายการ) จะถูกบันทึกโดย GA, แต่ Adwords จะไม่บันทึก
  • Test Transactions (การทดลองจ่าย) สามารถทำได้ใน GA, แต่จะทำไม่ได้ใน Adwords
  • Refund Data (การคืนเงิน)  สามารถทำได้ใน GA, แต่จะทำไมไ่ด้ใน Adwords

ตอนนี้เรามาดูข้อแตกต่างข้อต่อไปกันเลย

#5 – ยอด Conversions ของ Adwords ที่ GA ไม่สามารถติดตามผลได้

ในการสร้างรายงานที่น่าสนใจและชัดเจน คุณควรที่จะสังเกตุว่ามันมี conversions บางส่วนของ Adwords ที่ GA ไม่สามารถรายงานได้ ได้แก่

  • ประวัติการโทร
  • ยอดวิวตรู (การเข้าชมที่ใช้เวลาถึงกำหนด)
  • ครอซเบราเซอร์ (การดูรายงานผลลัพธ์จากบราวเซอร์ที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน)
  • ครอซแอคเค้าท์ (การดูรายงานผลลัพธ์จากหลายแอคเค้าท์ในทีเดียว)
  • ครอซเดไวซ์ (การดูรายงานผลลัพธ์จากอุปกรณ์ที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน)
  • การเยี่ยมชมร้านค้า

เมื่อคุณรู้ข้อมูลพวกนี้แล้ว คุณก็จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและนั่นจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

#6 – เกี่ยวกับ conversions ที่ผิดพลาด และการคลิกที่ผิดพลาด

ความแตกต่างประการต่อมาระหว่างทั้งสองแพลทฟอร์มก็คือ การที่ GA ไม่สามารถทำการลบยอด conversions ที่เกิดจากการคลิก Adwords ที่ผิดพลาดได้ ในขณะที่ Adwords นั้นจะสามาระทำการลบยอดการคลิกที่ผิดพลาด และยอด conversions ที่ตามมาได้

#7 – เกี่ยวกับความยืดหยุ่นในการนับยอด conversions

หนึ่งในสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับ Adwords คือคุณสามารถบันทึกทั้ง conversions ของการตลาดและของธุรกิจ ได้ด้วยการใช้ การนับยอด  Conversion ที่ยืดหยุ่น (Flexible Conversion Counting)

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เราลองมาดูว่าส่วนการใช้งานของ Adwords เป็นอย่างไร

  • ในทุก ๆ การกระทำที่มีผลต่อยอด conversions คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะเลือกนับยอด conversion ทั้งหมดจากการคลิกครั้งหนึ่ง หรือ ยอด conversion เพียงยอดเดียวจากการคลิกในครั้งนั้นๆ
  • คุณสามารถติดตามยอดขาย และช่องทางของมันได้อย่างง่ายดาย
  • คุณเพียงแค่ต้องเข้าไปตั้งค่าในส่วนของ “Count” เท่านั้นในการสร้างแคมเปญ Adwords ขึ้นมา

อย่างไรก็ตามจงจำเอาไว้ว่านี่ยังสามารถเป็นเหตุทำให้รายงานของ GA และ Adwords ออกมาแตกต่างกัน ฉะนั้นแล้วจงทำอย่างระมัดระวังที่สุด

#8 – Adwords มีความรวดเร็วกว่า GA ในการบันทึกยอด Conversions

โค้ดการติดตามผลของ Adwords นั้นจะบันทึกยอด conversions ได้เร็วกว่า GA ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงควรจำเอาไว้ว่า การนำเข้ายอด conversions จากแหล่งอื่นสามารถใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมงจึจะแสดงผลบน Adwordsเราจำเป็นต้องพิจารณาในจุดนี้เพราะว่าการที่ผลลัพธ์ของทั้งสองใช้ความยาวของเวลาที่แตกต่างกันซึ่งจะทำให้รายงานของเราใช้งานได้ในเวลาที่ต่างกัน แต่อย่าห่วง พวกเขาต้องทำการแก้ไขข้อบกพร่องนี้ในเวลาอันใกล้อย่างแน่นอน

#9 – วันที่ที่เกิดการ Conversions

แทนที่จะอธิบายให้เข้าใจยาก เรามาดูตัวอย่างที่จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายกันดีกว่า

  • ผู้ใช้คลิกเข้าชมโฆษณา Adwords ของคุณในวันที่ 25 สิงหาคม
  • ผู้ใช้ทำการซื้อสินค้าของคุณในวันที่ 26 สิงหาคม
  • GA จะรายงานผล conversions ว่าเกิดขึ้นวันที่ 26 สิงหาคม
  • Adwords จะรายงานผล conversions ว่าเกิดขึ้นวันที่ 25 สิงหาคม

เข้าใจแล้วใช่ไหม? มันง่ายมากๆเลย

#10 – เกี่ยวกับการสุ่มตัวอย่างข้อมูล

หากคุณไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เราจะอธิบายให้คุณฟังอย่างตรงไปตรงมา

  • มันคือขั้นตอนการเลือก sub-set สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่คุณต้องการ
  • มันเป็นหนึ่งในการทำงานที่พื้นฐานที่สุดในเรื่องของการวิเคราะห์สถิติเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่คุณต้องใช้ในการประหยัดเงินและเวลา
  • คุณจำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าการสุ่มตัวอย่างนั้นตอบโจทย์มุมมองภาพที่ใหญ่กว่าการสุ่มตัวอย่าง

น่าเสียดายที่เพียงไม่กี่ปัญหาในการสุ่มตัวอย่างข้อมูลของ GA เพียงพอที่จะขยายความแตกต่างระหว่างรายงานของคุณในแพลตฟอร์มนี้ กับ Adwords ดังนั้นคุณต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

คำส่งท้าย

ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าการทำงานติดตามผลของ GA และ Adwords นั้นแตกต่างกันอย่างไร มันเป็นเรื่องจำเป็นมากที่คุณต้องรู้ถึงข้อแตกต่างเหล่านี้ เพราะหากคุณต้องการที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต คุณต้องใช้รายงานที่มีความชัดเจนมากๆเพื่อที่จะทำความเข้าใจกับข้อมูลผู้เข้าชมของคุณ

ต้องการเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จต่อไปของเราหรือไม่

ติดต่อเราวันนี้ เราจะช่วยให้แบรนด์ของคุณได้ผลลัพธ์พวกนี้และได้มากกว่านี้

Previous

วิธีเลือก SEO: สิ่งจำเป็นทั้งหมดที่คุณต้องรู้

Next

การเพิ่มประสิทธิภาพ SEO โรงแรมของคุณ

Grab a Free SEO Audit That WORTH 15,000 THB

NO Gambling Inquiries | NO Illegal Businesses Inquiries

* We don’t share your personal info with anyone. Check out our Privacy Policy for more information.