เลือกหน้า

เทรนด์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ่งสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

โลกของดิจิตอลมาร์เก็ตติ่งนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดทุกอาทิตย์ ทุกเดือน ทุกปี ในประเทศไทยเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในวิธีการตีตลาดของแต่ละธุรกิจ จริง ๆ แล้วประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือมากที่สุดในโลก เหล่าผู้ใช้งานได้เลิกใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์และเปลี่ยนมาใช้งานบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่น ๆ แทน เรากำลังอยู่ในประเทศที่เป็นผู้คิดค้นและผู้ประกอบการทางเทคโนโลยีซึ่งตามเทรนด์ดิจิตอลได้อย่างทันถ่วงที

คุณกำลังมองหาเอเจนซี่ดิจิตอลในกรุงเทพอยู่หรือเปล่า? ติดต่อเราวันนี้ได้เลย

ในปี 2020 มีเทรนด์ต่าง ๆ ที่เหล่าเจ้าของธุรกิจจำเป็นจะต้องทราบ และก็มีเทรนด์บางอย่างที่พวกเขาควรทิ้งไปซะ จากการคาดการณ์ของ ไมค์ จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Google ประเทศไทย นี่คือสิ่งคุณควรจะรู้เกี่ยวกับเทรนด์ของดิจิตอลมาร์เก็ตติ่ง

จะไม่มีคำว่า “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” อีกต่อไป

แต่เดิมทีธุรกิจในประเทศไทยนั้นมีการแบ่งกลยุทธ์การตลาดระหว่างแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์ แต่ละที่จะมีทีมที่ทำการตลาดแบบปกติ เช่น การทำโฆษณาแบบปกติทั่วไปและงานอีเว้นท์ต่าง ๆ และมีอีกทีมที่รับผิดชอบในเรื่องของการตลาดดิจิตอล เช่น การโพสท์บนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ และการใช้ Google Ads แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าตอนนี้โลกดิจิตอลกำลังเข้าครอบงำเหล่าผู้บริโภค และต่อไปก็จะไม่มีการแบ่งระหว่างการตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์อีกต่อไป เพราะการตลาดแบบออนไลน์หรือแบบดิจิตอลนั้นก็เข้าครอบคลุมทุกพื้นที่ของการทำธุรกิจ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการพูดคุย การหาสื่อบันเทิง และการทำงานผ่านทางออนไลน์ ทีมงานการตลาดที่เคยแบ่งเป็นสองฝ่ายจึงต้อง เข้ามาร่วมมือกันในการจัดการแผนการใหม่ทั้งหมด



สิ่งที่คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้ คือ

  • ลองตรวจสอบดูว่าแผนการตลาดปัจจุบันของคุณนั้นเป็นอย่างไร หากหมวดหมู่การตลาดดิจิตอลไม่ใช่ส่วนที่คุณให้ความสำคัญเป็นหลัก จงเริ่มเล็งหาความสำคัญของมัน และคุณควรใช้การตลาดแบบดิจิตอลเป็นหลักสำหรับธุรกิจของคุณ
  • พิจารณาดูว่าทุกวันนี้กลุ่มผู้บริโภคใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างไร พวกเขามักจะสลับเปลี่ยนไปมาระหว่าง ออนไลน์กับออฟไลน์ คุณจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้พวกเขาเข้าถึงคุณได้ทั้งสองทาง
  • หากคุณเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการตลาดแบบธรรมดา ธุรกิจของคุณจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอีกต่อไป คุณจึงควรที่จะเริ่มให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการตลาดแบบดิจิตอล หรือร่วมงานกับเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญกับการทำงานออนไลน์ ลูกค้ากำลังเริ่มต้องการธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ในเวลาเดียวกัน

กลยุทธ์ออนไลน์บนมือถือของคุณไม่ควรที่มีแค่แอพพลิเคชั่นเท่านั้น

สมาร์ทโฟนกว่า 19 ล้านเครื่อง (ที่มา: https://www.bangkokpost.com/business/1689468/oppos-sales-grow-as-tech-war-escalates) ถูกซื้อขายในประเทศทุก ๆ ปี และ 65% ของการเข้าชมวิดิโอบนยูทูปก็ถูกเข้าชมผ่านอุปกรณ์มือถือ มีธุรกิจในไทยหลายแห่งที่ได้เริ่มปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์นี้และพยายามฝึกทำแอพพลิเคชั่นของตนเอง อย่างไรก็ตามการวิจัยได้เผยว่าผู้บริโภคกำลังมีความรู้สึก “เบื่อหน่ายกับแอพ” เพราะทุกวันนี้มีแอพพลิเคชันออกมามากมายจนอาจจะล้นหน้าจอมือถือของผู้ใช้งาน ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใข้งานแอพพลิเคชั่นเพียงแค่ 5 แอพต่อวันเท่านั้น อีกทั้งคุณยังต้องเจอกับความเสี่ยงที่ผู้ใช้อาจลบแอพของคุณทิ้งไป เมื่อเจอแอพใหม่ๆที่น่าสนใจกว่า เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณการลงทุนกับแอพแล้วต้องมาพบว่าแอพของคุณนั้นถูกลบทิ้งมันก็เหมือนการลงทุนที่ไร้ค่า

มันจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ในการที่คุณจะทำให้แน่ใจว่าแอพของคุณจะไม่ถูกลบออกจากมือถือของผู้ใช้ แล้วคุณควรทำอย่างไรเพื่อที่จะตามเทรนด์นี้ให้ทันแล้วแซงหน้าคู่แข่งของคุณในเรื่องนี้ได้? การให้ความสำคัญกับการตลาดสำหรับการใช้งานบนมือถือที่นอกเหนือจากแอพคือคำตอบ การออกแบบเว็บไซต์สำหรับการใช้งานบนมือถือให้ออกมาอย่างไร้ที่ติไม่ต่างจากแอพมือถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณควรพิจารณาการทำเว็บแอพขึ้นมาหากคุณยังคงมีความต้องการที่จะสร้างแอพอยู่ นอกจากพวกมันจะถูกกว่าการสร้างและพัฒนาแอพแล้ว ผู้ใช้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดตั้งมันด้วย 

สิ่งที่คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้ คือ

  • เริ่มคิดแผนการตลาดสำหรับผู้ใช้งานบนมือถือใหม่อีกครั้ง คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจลักษณะการใช้งานมือถือของลูกค้า และเข้าใจว่าแอพพลิเคชั่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ เพราะลูกค้าในปัจจุบันมักจะเข้าเว็บไซต์ผ่านการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากกว่า
  • หากธุรกิจของคุณมีความเกี่ยวข้องกับวิดิโอเกมส์ การใช้แอพพลิเคชั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แอพยังมีข้อดี ในเรื่องของความง่ายในการรับชำระเงิน คุณไม่จำเป็นต้องเลิกให้ความสนใจกับแอพบนมือถือเพียงเพราะ แค่เทรนด์นี้กำลังค่อย ๆ หายไป

ระบบ AI และ แมชชีนเลิร์นนิ่ง จะมีบทบาทในระยะยาว

คำยอดฮิตอย่าง “ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence” และ “ส่วนการเรียนรู้ของเครื่อง หรือ Machine Learning” นั้นสามารถพบเจอได้ทั่วไปในปัจจุบัน  สองสิ่งนี้นั้นเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นแบบอัติโนมัติแทน ทุก ๆ ปีเทคโนโลยีได้มีการถูกพัฒนาและถูกทำให้มีความเฉลียวฉลาดมากขึ้น คุณสามารถเห็นการใช้งานของส่วนการเรียนรู้ของเครื่องได้ในทุก ๆ ที่ เริ่มจากห้องแชทบนแอพพลิเคชั่น ไปจนถึงตัวช่วยในการแสดงผลต่าง ๆ เพราะว่าความฉลาดของเครื่องจักรกลเหล่านี้กำลังมีมากขึ้น ลูกค้าจึงจะได้รับประสบการร์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น อย่างไรก็ตามนี่ก็จะหมายความว่าความคาดหวังของพวกเขาต่อระบบ AI ก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย เราจึงขอยืนยันกับคุณตรงนี้ว่าระบบ AI และเครื่องจักรกลเหล่านี้จะยังอยู่กับเราไปอีกนาน

สิ่งที่คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้ คือ

  • สิ่งที่ลูกค้าเคยได้รับจากการให้บริการในแบบของคุณ จะเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากระบบ AI ดังนั้นธุรกิจต่าง ๆ จึงควรที่จะหาวิธีที่จะทำให้เทคโนโลยีของพวกเขามีคุณภาพที่ดีเท่ากับการให้บริการในแบบปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานบนมือถือ เพราะมันกำลังจะกลายเป็นวิธีการค้นหาและซื้อขายสินค้ารูปแบบปกติในอีกไม่ช้า
  • การระบุชื่อของลูกค้าในการส่งอีเมลล์นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป คุณจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับความสนใจ ส่วนตัวของพวกเขาให้มากขึ้นและส่งแคมเปญหรือเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับความต้องการไปให้พวกเขา

สังคมไร้เงินสดกำลังจะกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น

หลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากเลือกที่จะใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านการโอนเงินออนไลน์ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงด้านความปลอดภัย ถึงแม้สังคมไร้เงินสดจะกำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่ช่องทางการชำระเงินออนไลน์ก็ไม่ได้มีมากขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่ธุรกิจออนไลน์ต้องการให้ลูกค้าทำคือการเลือกการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือการจ่ายเงินออนไลน์ด้วยวิธีอื่นๆ และนี่เป็นการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยอย่างมาก

โชคดีที่พวกเราเห็นข้อดีในการใช้บริการการจ่ายเงินแบบ พร้อมเพย์ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็ชื่นชอบ เพราะ มันเป็นการชำระเงินที่ทำเสร็จภายในขั้นตอนเดียวสำหรับธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ และเราก็ได้เล็งเห็นถึงความเป็นที่นิยมมากขึ้นของธุรกิจแบบ omni-channel ที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย

สิ่งที่คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้ คือ

  • การค้าขายออนไลน์นั้นคืออนาคตสำหรับพวกเรา ธุรกิจที่ไม่มีการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์นั้นกำลังจะต้องเจอกับปัญหาหนัก เนื่องจากข้อจำกัดในการชำระเงินกำลังลดลงเรื่อย ๆ การจ่ายเงินออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากขึ้น จงรีบเปลี่ยนมาขายของบนอินเตอร์เน็ตก่อนที่ทุกๆอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้
  • การใช้งานเว็บไซต์ทางธุรกิจที่คุณคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไป โฮมเพจของคุณจะไม่เป็นเพียงแค่หน้าแนะนำตัว แนะนำแบรนด์ของคุณเท่านั้น แต่มันเปรียบเสมือนโชว์รูมที่ผู้สนใจจะได้ทดสอบ และเลือกดูสินค้าและบริการของคุณ และแน่นอนว่ามันคือพื้นที่ที่พวกเขาจะทำการตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณอย่างง่ายดายและปลอดภัย

ตัวขี้วัดที่คุณควรให้ความสำคัญกำลังจะเปลี่ยนไป

เราเคยให้ความสำคัญกับ ยอดการเข้าถึง คลิ๊กทูคอลล์ และยอดวิวตรู ซึ่งเราคิดว่าเป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญมากที่สุด แต่ตอนนี้แคมเปญที่มีความละเอียดและเจาะลึกมากกว่าทำให้เราสามารถดูข้อมูลขนาดที่เล็กและละเอียดขึ้นมาอีก สิ่งเหล่านี้ถูกเรียกว่า “measurement of impact หรือ ตัวชี้วัดอิมแพ็ค” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่การตลาดสร้างผลกระทบกับเป้่าหมายทางธุรกิจของคุณ

นั่นหมายถึงอะไร มันหมายถึงการปรับเปลี่ยนจากการแยกการวัดผลของแคมเปญแบบออนไลน์และออฟไลน์ ออกจากกันมาเป็นแบบติดตามผลแบบคลอบคลุมแทน คุณจะสามารถเห็นไปพร้อม ๆ กันได้ว่ามีการสั่งซื้อสินค้าจากทั้งตัวสาขาของร้านและจากตัวเว็บไซต์ได้ ซึ่งนั่นจะทำให้เรารู้ว่าธุรกิจของเรากำลังประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนผ่านการเช็คดูตัวชี้วัดนี้

สิ่งที่คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์นี้ คือ

  • คุณไม่ควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดแบบปกติอีกต่อไป จงพิจารณาถึงตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ ซึ่งมันอาจจะแตกต่างจากของธุรกิจคู่แข่งคุณ และนั่นมันก็ไม่แปลกเลย จงใช้ตัวชี้วัดเหล่านั้นในการติดตามผลความสำเร็จของทั้งธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์ของคุณ

  • เนื่องจากตัวชี้วัดมีความละเอียดและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการใช้งานมากขึ้น คุณจึงอาจต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญจากเหล่าทีมวิเคราะห์ข้อมูลมืออาชีพ เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ดังนั้นหากทีมของคุณไม่มีนักวิเคราะห์ข้อมูลแล้วล่ะก็ คุณควรพิจารณาที่จะจ้างพวกเขาให้มาทำงานด้วย

อนาคตของการตลาดดิจิตอลในประเทศไทยนั้นจะเป็นไปอย่างงดงาม

นี่เป็นเพียงแค่เทรนด์ 5 เทรนด์ ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้สำหรับประเทศไทย ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยุคของดิจิตอลมาร์เก็ตติ่ง ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเทรนด์เหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นในตลาดของประเทศไทย ลองพิจารณาดูว่าเทรนด์ไหนบ้างที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจของคุณและวิธีที่จะรับมือต้องทำอย่างไร



หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการเปลี่ยนธุรกิจออฟไลน์ของคุณมาเป็นออนไลน์ ติดต่อเราตอนนี้

SEO Heroes Bangkok พร้อมเสมอที่จะให้ความช่วยเหลือทั้งเจ้าของธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ในการสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจออนไลน์เพื่อการเพิ่มยอดขายที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ต้องการเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จต่อไปของเราหรือไม่

ติดต่อเราวันนี้ เราจะช่วยให้แบรนด์ของคุณได้ผลลัพธ์พวกนี้และได้มากกว่านี้

Previous

การเติบโตที่น่าทึ่งของกรุงเทพมหานคร

Next

ทำไมเว็บไซต์ถึงสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจ

Grab a Free SEO Audit That WORTH 15,000 THB

NO Gambling Inquiries | NO Illegal Businesses Inquiries

* We don’t share your personal info with anyone. Check out our Privacy Policy for more information.